กำไลสลัก...ความพินาศแห่งแบกแดด
- maxisbnf
- Oct 20, 2022
- 1 min read

กำไลโลหะรมดำ ปลายเปิด สลักเป็นเรื่องราวสงครามครั้งสุดท้ายของรัฐกาหลิบแอบบาสิดอันยิ่งใหญ่ของโลกอิสลาม ทำไมต้องเป็นสีดำ ลองอ่านดูค่ะ ตั้งแต่ศาสนาอิสลามได้ถือกำเนิดมา อาณาจักรอิสลามก็ถูกปกครองด้วยกาหลิบโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงแบกแดด และสามารถแผ่ขยายอาณาจักรไปทั่วทุกสารทิศ ยิ่งใหญ่ขนาดเคยส่งทหารไปช่วยราชวงศ์ถังปราบกบฏ แต่ในช่วงศตวรรษที่ 13 อาณาจักรกาหลิบแอบบาสิดอ่อนแอลงมาก จนมาถึงยุคของกาหลิบอัลมุสตาซัม ผู้ซึ่งเป็นกาหลิบองค์สุดท้ายของแบกแดด ผู้ไม่เอาไหน อ่อนแอ ขี้เกียจ ไม่มีวินัย สนใจแต่สาวๆในฮาเร็ม ในเมื่อจอมทัพทรงเละเทะขนาดนี้ กองทัพในปกครองก็ไม่ต้องพูดถึง ทั้งหนีทัพ ไม่ซ้อมรบ กำลังพลไม่พอ รักตัวกลัวตาย และดันโชคร้ายที่มาเจอยุคมองโกลเรืองอำนาจ ในปี คศ.1257 ฮูเลกูข่านแห่งมองโกลยกทัพบุกแบกแดดและดินแดนแถบเมโสโปเตเมีย ก่อนจะโจมตีแบกแดด ฮูเลกูได้ให้โอกาสกาหลิบอัลมุสตาซิมยกธงขาวยอมแพ้ ยกแบกแดดให้จะได้ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ แต่ดวงคนจะเสียเมือง กาหลิบอัลมุสตาซิมดันเชื่อปุโรหิตว่าให้ประกาศสงคราม เดี๋ยวพันธมิตรอิสลามก็ยกทัพมาช่วยเอง แต่เอาเข้าจริง อาณาจักรอิสลามทั้งหลายก็รู้ดีว่าไม่มีทางต้านมองโกลได้ จุดจบของแบกแดดจึงมาถึง กำไลวงนี้เป็นเรื่องราวการรบอันดุเดือดเลือดพล่าน ลองส่องดูผู้คนบนกำไลจะสังเกตุได้ว่าใส่หมวกทรงสูงแบบมุสลิมและหมวกทรงมองโกล ผลของสงครามครั้งนั้นทำให้ชาวแบกแดดถูกฆ่าตายอย่างน้อย 200000 คน ทหารแอบบาสิดที่มีแค่ 20000 นายก็ตายเกือบหมด ทุกอย่างในเมืองถูกเผาทำลาย หนังสือตำราถูกโยนทิ้งแม่น้ำไทกริส ยูเฟรติส ทำให้สีของน้ำกลายเป็นสีแดงจากเลือดของชาวเมืองและสีดำจากปกตำราที่ถูกโยนทิ้งน้ำ นี่จึงเป็นที่มาของการถมสีดำบนกำไล แทนสีดำของแม่น้ำไทกริส ยูเฟรติสในช่วงเวลานั้นและแทนวันพินาศของแบกแดด อันเป็นการสิ้นสุดยุคทองของอิสลาม กำไลความพินาศของแบกแดด ทำจากโลหะ ถมดำสลักการรบของกองทัพกาหลิบและกองทัพมองโกล หน้ากว้าง 1 3/8 นิ้ว ปลายเปิดปรับไซส์ได้ ผลิตจากตุรกี ราคาพิเศษ 1900 บ. จาก 2200 บ.



Comments