ศรัทธาและความงามหลังความตาย
- maxisbnf
- Dec 1, 2022
- 1 min read
ใครเคยไปเที่ยวโบสถ์ในยุโรปอาจเคยไปชมโครงกระดูกของเหล่านักบุญที่ประดับเสื้อผ้าและเพชรพลอยสวยงามอลังการ ซึ่งมีที่มาจากวิกฤตศรัทธาในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค

St. Deodatus in Rheinau, Switzerland ใช้เทคนิคพิเศษ ใช้ขี้ผึ้งคลุมใบหน้าและร่างกายท่อนบนก่อนประดับประดา
ศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิคต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาอันเนื่องมาจากความเสื่อมโทรมเละเทะของระบบและขององค์สันตะปาปาเอง จนต้องมีการปฎิรูปศาสนาหลายระลอก เกิดสงครามความขัดแย้งวุ่นวาย โบสถ์วิหาร หลุมศพนักบุญถูกทำลายมั่ง ปล้นมั่ง ศาสนจักรเองก็ต้องหาทางเรียกศรัทธาคืนมาให้ได้

St.Constanteus , Swisszerland
แล้วฟ้าก็ประทานหนทางมาให้ในปี คศ. 1578 เมื่อมีการค้นพบทางเข้าสุสานใต้ดินอันสลับซับซ้อนใต้กรุงโรม ในนั้นมีทั้งโครงกระดูกของนักบุญ นักบวช ซึ่งบางร่างก็มีรายนามสลักไว้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าเป็นใคร และรอบๆหลุมศพใต้ดินนี้ก็เป็นที่ฝังร่างของชาวคริสเตียนนับพันร่างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 1-5

St.Felix, Germany
พอข่าวการค้นพบแพร่ออกไป ศาสนจักรก็รีบประโคมต่อว่านี่คือสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้ามอบมาให้ ศรัทธาจะกลับคืนมาอีกครั้ง ทีนี้แหละ โบสถ์ทั้งหลายในยุโรปไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต่างก็ต้องการโครงกระดูกของนักบุญที่ค้นพบเพื่อไปประดิษฐ์เป็นมรณสักขีเป็นสัญญลักษณ์แทนการอุทิศตนเพื่อศาสนา รวมทั้งแทนที่ร่างนักบุญเดิมซึ่งถูกทำลายไประหว่างการปฎิรูปศาสนา

St. Valentinus in Waldsassen
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการส่งโครงกระดูกที่ค้นพบไปยังโบสถ์ทั่วยุโรป ทั้งเยอรมัน สวิส เชค ในอิตาลีเองด้วย โดยบรรจุใส่หีบ มีชื่อนักบุญกำกับไป แต่หลายร่างก็ไม่สามารถหาชื่อได้ แล้วก็ส่งลงเรือไปตามจุดหมาย

St.Pankrateus, Swisszerland
พอถึงโบสถ์ปลายทางแล้ว แต่ละที่ก็จะมีทีมช่างฝีมือนำโครงกระดูกมาจัดแต่งประดับประดาด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณงดงาม ติดเพชรพลอยทั่วร่าง บางโครงถึงกับประดับประดาเบ้าตา ติดอัญมณีที่ฟัน แล้วก็ดัดจัดท่าโครงกระดูกให้เป็นไปตามทรงที่ต้องการ งานพวกนี้ใช้เวลานับปีนะคะ

แต่ที่สุดแล้ว เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง ผู้คนก็เริ่มรู้สึกว่านี่เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ชาวบ้านอดอยากแต่โบสถ์ประจำเมือง ประจำหมู่บ้านกลับเอาเงินทองมาทุ่มกับการตกแต่งโครงกระดูกที่บางร่างก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นนักบุญจริงหรือไม่ ดังนั้นก็เลยมีการเอาไปแอบๆไว้บ้าง หรือรื้อทำลายไปบ้าง ทำให้เหลืออยู่ไม่มากนัก

พอมาถึงศตวรรษที่ 19 ยุโรปกำลังเข้าสู่สงคราม ต้องใช้เงินเยอะ ก็เลยมีการรื้อเอาเพชรพลอยมาจากโครงกระดูกเหล่านี้ด้วย ร่างที่มีอยู่น้อยร่างแล้วก็ยิ่งน้อยลงไปอีก ประเมินกันว่าปัจจุบันนี้เหลืออยู่ราวๆ 10% เท่านั้นที่ยังคงจัดแสดงอยู่

แต่ก็เป็นข้อยืนยันที่ดีนะคะว่าศรัทธานำมาซึ่งศิลปะอันงดงาม น่าไปชมของจริงมากๆค่ะ

Cr. The most beautiful dead



Comments